เอายายไปอยู่ด้วย

ตี 4 กว่าแล้วหรือเนี่ย ต้องรีบแล้ว ไม่งั้นคงกลับไปเตรียมของขายขนมขายไม่ทันแน่ อ้าว!เห้ย ให้มันได้อย่างนี้สิ คนยิ่งรีบ ๆ อยู่ ดันมาทำของตกซะอีกแหนะ เอ้!! แล้วนั่นมันถุงอะไรกันหน่ะตกอยู่กลลางถนน ไหน…ลองเดินไปดูซะหน่อยดีกว่า

“ เห้อ! จะทำไงวะเนี่ย ตีสี่กว่าเข้าไปแล้วรถก็ไม่มี สงสัยคงต้องเดินกลับซะแล้ว หืม…ไม่น่าเลยเรา ” พอผมเดินมาได้สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีลมพัดโชยมา ผมรู้สึกเย็นเข้าไปถึงกระดูก แต่ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทำให้ผมรู้สึกว่าบรรยากาศสลัว ๆ แบบนี้ ช่างดูน่ากลัวและวังเวงเหลือเกิน แต่ความกลัวของผมก็ต้องเปลี่ยนเป็นความตกใจ เมื่อข้างหน้ามียายแก่ ๆ คนหนึ่งนอนร้องครวญครางอยู่กลางถนน

“ โอ๊ย…โอ้ย…โอ้ยยย ”

“ อ้าวยาย…เป็นอะไรไปล่ะ ทำไมมานอนร้องอยู่กลางถนนแบบนี้ล่ะ ลุกขึ้นเร็วเดี๋ยวรถก็ชนเองหรอก ”

“ ยายลุกไม่ไหวปวดขาเหลือเกิน ปวดไปหมดทั้งตัว พ่อหนุ่มช่วยพยุงยายหน่อยได้ไหม นึกว่าสงสารยายเถอะนะ”

“ ผมว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมแบกยายไปดีกว่า เพราะดูท่าทางยายคงเดินไม่ไหวแน่ ๆ อีกอย่างยายก็ตัวเล็ก ผมว่าคงไม่หนักอะไรมากมายหรอกครับ ” แต่ทันทีที่ผมช้อนตัวยายขึ้นมา ผมก็ต้องตกใจสุดชีวิตเมื่อยายคนนั้นมีแค่ครึ่งตัว ส่วนท่อนล่างกองอยู่กับพื้น ตอนนั้นสิ่งเดียวที่ผมคิดได้ก็คือทำยังไงก็ได้ให้ยายหลุดออกไปจากหลังของผม แล้วก็รีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต แต่เชื่อไหมครับ…ว่าผียายคนนั้นยังใช้มือตะเกียกตะกายกับพื้น และเอาร่างไร้ขาของแกตามผมมา พร้อมกับพูดว่า

“ เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม กลับมารับยายไปด้วย ฮ่ะ..ฮะ..ฮ่า ”